ประมาณปี 2546 ตอนนั้นผมรับราชการ ต้องแบกเอกสารมีน้ำหนักเท่ากระดาษ เอ4 ประมาณ 4 รีม ขึ้น-ลงชั้น4ของสำนักงานทุกวัน ซ้ำเลิกงานต้องหารายได้เสริมโดยการสอนเทควันโด้อีกด้วย มีอยู่วันหนึ่งรู้สึกตึงแน่นบริเวณหลังด้านซ้ายมาก และพอไปสอนก็ยิ่งปวดมากกว่าเดิม หลายเท่าตัว ไปหาหมอท่านบอกว่าเป็นหมอนกระดูกอักเสบ ให้ยาคลายกล้ามเนื้อมายิ่งทานก็ยิ่งง่วง พอเลิกทานก็ปวดเหมือนเดิม มีความรู้สึกว่ายังไงก็ไม่หาย ในที่สุดต้องขายกิจการเทควันโด้ให้เพื่อนไปทำต่อเพราะทนความเจ็บปวดไม่ไหว มันปวดเหมือนหายใจไม่ออก ชาไปครึ่งซีกของร่างกาย ตอนนั้นคิดฆ่าตัวตายเพื่อหนีความเจ็บปวด (แต่ตอนนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่ทำเด็ดขาด)ตอนปี2552 ไปทำเอ๊กซ์เรย์แบบสแกนในอุโมงค์ที่เรียกว่า MRI ที่โรงพยาบาลมีชื่อแห่งหนึ่งผลคือไม่ได้เป็นหมอนรองกระดูกเคลื่อน แต่ความเจ็บปวดของผมมากกว่าเดิม อ่อพวกไคโรแพรกติกก็ไปนะทำมาหลายปีแล้วก็ไม่หาย (ถ้านับตังค์คงหลายหมื่นแล้วละ อ่อ)คิดว่าอาจจะไม่ตรงกับที่เราเป็นก็ได้
หลังจากนั้นผมไปบวชตอนเข้าพรรษา ปี 52 ได้รู้จักพระเพื่อนรูปหนึ่งแนว่าลองไปหาอาจารย์ท่านหนึ่งดูสิ ท่านสามารถใช้ซ่นเท้านวดบริเวณที่เราปวดได้อย่างหายเป็นปลิดทิ้งเลยนะเคยออกทีวีช่อง 5 มาแล้วนะ มีคนพูดถึงเยอะนะ หมอท่านบอกได้ว่าเห็นว่ามีเจ้ากรรมนายเวรมาทำให้เราเจ็บบริเวณไหนบ้าง แล้วท่านก็เหยียบไล่สิ่งนั้นออกไปเหมือนผ่าตัดโดยใช้ซ่นเท้า แต่เวลาเหยียบจะเจ็บมาก บางคนโดนเหยียบร้องโหยหวนถึงหน้าปากซอยเลย หมาแถวนั้นหอนตามเป็นแถว แต่แปลกที่ไม่มีใครบอกไม่หาย เหมือนผ่าตัดโดยใช้ซ่นเท้าจริงๆ
พอได้ยินเช่นนั้นผมก็สองจิต สองใจว่ามันจะเหมือนพวกสแกนกรรมอะไรทำนองนั้นอีกแน่เลย เพราะช่วงนี้กระแสนี้กำลังมาแรง ก็ไม่ได้ลบหลู่นะครับแค่ตอนนั้นยังไม่มีประสบการณ์ทางนี้เท่านั้นเอง ผมเลยคิดว่าก็ไม่มีอะไรจะต้องเสีย แล้วนี่ ไปรักษาที่ไหนก็ยังปวดไม่หายอยู่ดี ลองไปดูไม่หายก็ไม่เป็นไร คิดแบบปลงๆนะตอนนั้น หลังสึกจากพระ ผมก็ตัดสินใจโทรหาท่านอารจารย์ ท่านชื่อ หมอนวดไกรสวัสดิ์ เบอร์โทร 089-782 9758/085-150496 บ้านท่านอยู่แถวๆ ถ.นวมินทร์ 127 จะมีซอยตรงอู่ซ่อมรถ BMW/BENZ/โฟลค์ ถ้าสนใจโทรติดต่อก่อนแล้วกันนะครับ
เข้าเรื่องต่อนะครับ หลังจากนั้นผมได้โทรไปหาท่าน เพื่อนัดหมายก็สนทนาตามปกติ แต่มีประโยคหนึ่งสะกิดใจของผมคือท่านพูดว่าฟิลม์เอ็กซ์เรย์ไม่ต้องเอามาด้วยนะเพราะเห็นอาการหมดแล้ว ผมก็ตกใจและสงสัยว่าท่านรู้ได้ไงว่าจะเอาไปให้ท่าดูเหมือนกับการไปรักษาที่อื่น ผมก็ถามกลับไปว่าท่านรู้ได้อย่างไรครับเรื่องฟิลม์ ท่านบอกว่าท่านรู้ก็แล้วกัน เฮ่ น่าสนใจแล้วสิ
เมื่อถึงวันนัดหมาย ตอนนั้นขับรถจากถ.วิภาวดีเข้าเกษตร-นวมินทร์ เลี้ยวซ้ายไป เลยปฐวิกรณ์ ไปนิดนึงจนเจอ อู่ซ่อมรถBMW/BENZ/fOLK จะมีป้ายนวมินทร์127 เลี้ยวเข้าไป ตอนนั้นเวลาประมาณ ทุ่มกว่าๆ คิดว่าในซอยโครตเปลียวเลยกูจะโดนปล้นรึเปล่าวะเนี๊ย แค่คิดในใจนะครับ ฮิฮิ สักพักเห็นป้ายเขียนว่าหมอนวดที่เก่งที่สุดในโลกติดอยู่ ผมคิดว่าโม้รึเปล่าว่ะเนี๊ย เวอร์แต่ท้าทายดี ต้องพิสูจน์
สักพักหนึ่งมีผู้ชายร่างใหญ่ ลำบึ๊ก สูงประมาณ 170 ซม.ผิวขาว ใส่เสื้อยืดโชว์พุงเพราะเสื้อเล็กกว่าพุง กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ เดินออกจากซอยย่อยเล็กๆนั้นเดินมาที่ผม ผมก็ถามท่านว่าโทษครับคุณคือหมอนวดไกรสวัสด์ใช่ไหมครับ
รอบๆบ้านท่านเป็นหนองน้ำ บรรยากาศดีมาก พอเข้ามาในบ้างเราสนทนาเรื่องทั่วไป ว่าท่านเป็นใครมาจากไหน ทำไม่ถึงเริ่มมานวดแบบนี้ได้ ท่านเล่าให้ฟังว่าหลังจากที่ท่านสึกจากการเป็นพระไปทำงานเป็นช่าง เคยไปทำงานต่างประเทศหลายที่ ครั้งหนึ่งที่เมืองไทยท่านหกล้มหัวฟาดพื้นแบบว่าหงายหลังไปแล้วสลบ พอฟื้นขึ้นมาท่านสามารถได้ยินในเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน เสียงเหมือนอยู่ในโบสถ์เป็นเสียงก้องๆ จริงๆแล้วท่านได้ยินเสียงนี้มาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก(ตอนนั้นอายุ 9 ขวบ อยู่ป.3)เช่นอยู่ในบ้านได้ยินเสียงผู้ชายแก่ๆเรียก พอออกไปนอกบ้านกลับไม่มีใคร เป็นอย่างนี้มาตลอดแต่หลังจากอุบัติเหตุนี้ท่านได้ยินชัดขึ้นซึ่งได้รู้เหตุการณ์ล่วงหน้าก่อนคนอื่น จนถึงจุดหนึ่งท่านรู้สึกตัวเองเป็นคนประหลาดที่เห็น ที่ได้ยินในสิ่งที่ไม่เหมือนคนอื่น ซึ่งเล่าให้ใครฟังเขาก็ว่าท่านบ้า (คือขอสารภาพเลยตอนนั้นผมก็เกือบกลับบ้านแล้วเพราะคิดว่าท่านบ้า แต่จริงๆไม่ใช่)ซึ่งท่านบอกว่าปกติท่านเป็นคนหัวสมัยใหม่เพราะไปอยู่ต่างประเทศมาหลายประเทศ จึงไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้ จนในที่สุดท่านได้พบกับพระอาจารย์ท่านหนึ่งเพื่อขอคำปรึกษา ท่านชื่อพระอาจารย์กิตติปัจจุบันที่จำวัดที่วัดสารถะวโรธยาน บ้านหนองหลุบ ต.แดงใหญ่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น
พระท่านบอกว่าให้อ.ขุนไกร(ขอเรียกอาจารย์ว่าขุนไกรก็แล้วกันเพราะท่านชอบเรียกตัวเองแบบนั้น)มั่นใจในสิ่งได้ยิน มั่นใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองว่าถูกแถ้ว อย่าหวั่นไหว อย่าสับสน อะไรที่เข้ามาก็ให้รับมันไว้ซะ เลิกสับสนสักทีตอนนี้ได้เวลาแล้วที่ต้องไปฝึกสมาธิปฏิบัติธรรมสักที่ วิธีก็ไม่อะไรมาก แค่นั่งสมาธิแล้วพิจารณาจิตตนเช่น จิตบอกว่าคิดรู้สึกปวดเมื่อ ก็ให้บริกรรมเมื่อยหนอๆๆ ( ท่านบอกว่าคำว่าหนอให้หมายถึงคือสมมุติว่า ตายไป )จิตมีความคิด ก็ให้พิจารณาและบริกรรมคิดหนอๆๆๆ เมื่อสติเท่าทันจิตมากขึ้นความคิดฟุ้งซ่านจะถูกพัดพลาดไป(เพราะการวางใจเป็นกลางคือเห็นความคิดตน คิดผิดก็บอกว่าผิด คิดถูกก็บอกว่าถูก)จิตที่ไม่ฟุ้ง ไม่มีวิตก ไม่มีความคิดอดีต อนาคต ไม่คิดฟุ้งซ่านอยากเป็นเทพเจ้าหรือมีอิทธิฤทธ์ เมื่อนั้นจิตจะดิ่งรวมเป็นหนึ่งเดียว(เพราะจิตที่มีสมาธิเป็นอารมณ์เดียวนั้นคือความเป็นกุศล ความคิดดี ความใสสะอาด นั้นคือจิตเดิมของคนที่ยังไม่ถูกกิเลสครอบงำ) เป็นที่มาของความสงบสุข เกิดปิติ สุขใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะความวุ่นวายทั้งปวงถูกขจัดออกไปหมดแล้ว ตอนนั้นนอกจากเกิดความสุข ปิติ ตัวเบาลอย ยังได้แสงประหลาดเหมือนแสงจันทร์ในคืนวันเพ็ญปรากฎขึ้นอีก ท่านบอกว่ามีความสุขมากตอนนั้นยิ้มอยู่คนเดียวอยู่ 7วันทีเดียว
ท่านได้พบกับตัวตนที่แท้จริงของท่านเอง ว่าทุกสิ่งคืออะไร ภาพเหตุการณ์ต่างๆในอดีตชาติ(ท่านบอกว่ามันเป็นบุญเก่าของท่านที่สะสมมาหลายชาติ ของอย่างนี้บุญใครก็ของคนนั้น อย่างพวกเราก็อย่าไปเลียนแบบอยากเป็นแบบท่านเลย ให้รู้จักตัวเองประเมินตัวเองว่าเราเป็นใครแค่ไหนก็พอแล้ว ถ้าอยากปฏิบัติธรรมก็ลองแสวงหาพระหรือครูอาจารย์เก่งๆละกัน) หน้าที่ในปัจจุบันคือต้องมาช่วยรักษาคน ซึ่งท่านบอกว่าจิตของท่านนิ่ง สงบเป็นอุเบกขา(ใจเป็นกลางๆ ม่รู้สึกยินดี ยินร้ายอะไร มองทุกสิ่งแบบที่มันเป็น ตามที่มันเกิดขึ้นอย่างมีสติ)
ทุกครั้งที่มีคนมาให้ท่านรักษา จะมองเห็นเจ้ากรรมนายเวรของคนป่วยได้ รู้เหตุแห่งกรรมได้ แล้วใช้ซ่นเท้าเหยียบเข้าไป ผมยิ่งฟังยิ่งเกิดความอยากให้ท่านรักษาเดี๋ยวนั้นเลย แต่ยังฟังท่านไม่จบนี่ เดี๋ยวท่านเปลี่ยนใจไม่รักษาให้ถ้าไปเรียกร้องขณะที่ท่านกำลังตั้งใจเล่าเรื่อง ขอสารภาพเลยครับเหมือนอยากท้าพิสูจน์ด้วยละว่าจริงแค่ไหน
ก่อนลงมือเหยียบท่านจะท่องบทสวดมนต์ต่างๆเช่นอิติปิโส สวดพาหุง เวลาขึ้นเหยียบตัวเขา ตัวท่านจะรู้สึกเบาเหมือนนก เหมือนมีไพ่ 2 ใบ ใบแรกคือตัวท่าน อีกใบหนึ่งคือคนแก่คนหนึ่งที่คอยบอกท่านว่าต้องเหยียบตรงไหน ตอนนั้นทุกครั้งจะรู้สึกเย็นวูบ ขนลุกซู๋ ทุกครั้งที่เหยียบตรงจุด คนที่อยู่ข้างๆ(ที่คนทั่วไปมองไม่เห็น มีแต่ท่านที่มองเห็น)คนแก่ท่านนั้นจะหัวเราะเสียงดังมาก เหมือนดีใจที่ช่วยคนสำเร็จแล้ว ทำมานับ 10 ปีแล้ว แต่ช่วงแรกไม่เข้าใจเสียงนี้ในช่วงแรก อย่างที่เล่าให้ฟังท่านได้ยินเสียงนี้ตั้งแต่เด็กแล้ว
หลังจากนั้นท่านก็จะเริ่มเหยียบ โดยอธิบายเป็นชุดๆเลยว่าอาการของผมเกิดจากข้อเท้าด้านขวาแพลงก่อนแล้ว(ผมขนลุกเพราะเคยเอ็นข้อเท้าด้ายขวาฉีกตอนแตะบอลสมัยเรียนโท แล้วท่านรู้ได้ไงวะเนี๊ย+คือในความคิคของผมคือท่านวินัจฉัยโรคของผมได้ถูกต้องทั้งหมด เฮ่+เริ่มเข้าท่าแล้วแฮะ)แล้วเส้นจะพลิกเป็นเกลียวกระทบไปทั้งร่างไล่จากเท้า-ข้อเท้า-น่อง-หัวเข่า-สะโพก-เอว-หลัง-สะบัก-ศีรษะขึ้นไปจากหลังด้านซ้ายไปขวา ชาไปครึ่งซีกมีโอกาสพิการสูงถ้าไม่ได้มาเจอท่าน แล้วท่านก็เริ่มเหยียบจากซ่นเท้าผม น่องด้านนอก-ใน เอว หลัง มีแต่หัวอย่างเดียวที่ท่านไม่ได้เหยียบ 555 แต่เป็นเรื่องที่แปลกที่ทุกจุดมีเสียงดังกรอบเหมืองเสียงสังกะสีแตกเลย แต่พูดตรงมันปวดสุดๆเลยตอนโดนเหยียบ ต่อจากนั้นก็กลับบ้านไป ใช้นำ้แข็งประคบ 4 ชม.เดินกระแผกประมาณ 2 วัน ไม่น่าเชื่อทุกอย่างหายไปเป็นปลิดทิ้ง เหมื่อนฝันไป เหมื่อนได้เกิดใหม่ (ต้องขออธิบายก่อน ท่านเคยนอนศีรษะเคล็ดเนื่องจากนอนหัวตกหมอนหรือไม่ ถ้าเคย พูดได้ว่าแค่นั้นยังปวดโครตๆใช่มะ แต่นี่หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ปวดมากกว่าประมาณ 100-1000 เท่าทีเดียว เพราะมันปวดทุกอนูวินาที ทุกลมหายใจไม่มีเวลาพัก ต่อให้นั่งสมาธิแยกกาย ถอดจิตได้ก็ยังปวดอยู่ดี จะรู้สึกดี ทุเลาลง คือตอนนอนหลับสนิทเท่านั้น นั้นคือเหตุผลว่า สำหรับผมแล้วการกลับคืนมาสู่สภาพเดิมเหมือนได้เกิดใหม่ ทั้งๆที่ยังมีลมหายใจอยู่)
ทำไม่ผมต้องมาหลังคดหลังแข็งเขียนบทความนี้ให้สังคมรู้ ไม่ใช่เพราะอยากให้คนรู้จักผม แต่เพราะตอนที่ปวดอยู่มีความคิดว่าวันนึงถ้าเราหายปวดเป็นปลิดทิ้ง เราจะเล่าให้คนอื่นที่ต้องการการรักษา (เนื่องจากเรื่องนี้มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตอย่างยิ่ง ธุรกิจไม่สามารถทำต่อได้ ลาออกจากงาน มันกระทบไปหมด) หรือคนที่เคยรักษามาหลายที่แต่ยังไม่หายซะที มันอาจเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยทำให้ท่านหายปวดโดยไม่ต้องผ่าตัด ของแบบนี้
ไม่เชื่อแต่อย่าลบหลู่ ไม่ลองไม่รู้ ลองดู ไม่มีอะไรต้องเสียหาย อย่าต้องทนทุกข์ทรมาณกับความเจ็บปวดอยู่เลย ลองวิธีนี้ดูสิ
ในปัจจุบัน จากในวีดีโอที่ผมฝึกเทควันโด(เป็นครั้งแรกที่ฝึกจริงจังหลังการพักฟื้น) ซึ่งจากข้างต้นที่ผมได้โพสต์ลงไปแล้ว มันทำให้ผมดีใจจนบอกไม่ถูก ผมสามารถกลับไปเล่นกีฬาที่ผมรักได้อีกครัง ถึงร่างกายอาจยังขยับไม่ได้พลิ้วเหมือนตอนแรกแต่ มันไม่ได้ปวดเหมื่อนเมื่อก่อน ไม่น่าเชื่ิอเลยครับ
อีกครั้งครับ ท่านชื่อ หมอเหยียบหายปวดหลัง( ท่านบอกว่าท่านไม่ใช่หมอนวด)ไกรสวัสดิ์ เบอร์โทร 089-782 9758/085-150496 บ้านท่านอยู่แถวๆ ถ.นวมินทร์ 127 จะมีซอยตรงอู่ซ่อมรถ BMW/BENZ/สนใจโทรติดต่อก่อนแล้วกันนะครับ
ลองดูคลิปของท่านข้างล่างครับ
ท้ายนี้ท่านฝากบอกว่า ข้อเท้า หัวเข่า นิ้วล๊อค สะโพก(สลักเพชร)มีปัญหา ไหล่ นิ้วล๊อค ปวดหางคิ้ว ปวดตา ทั้งหมดนี้ส่วนใหญ่มีสาเหตุจากข้อเท้าพลิก หรือท่าการยืน นั่ง เดิน นอน ไม่ถูกต้องตามตำแหน่งทั้งสิ้น จะมีผลกระทบต่อสาเหตูการก่อให้เกิดโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้ทั้งนั้น
การรักษาโรคปวดหลังนั้นมีหลากหลายวิธีให้ท่านเลือก บทความนี้แค่เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สุดแล้วแต่พินิจพิจารณาของท่านก็แล้วกันครับ และเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่ถ้าท่านต้องการทราบเหตุของการป่วยก็ลองปรึกษาท่านดูตามเบอร์โทรข้างต้นก็แล้วกันครับ




